Title: Jae-On โคตรเจ๊ดุ หลอนผวาท้าสยอง
Author: บีนีชิงกิ + K i Y [o]~*
Pairings: Yoosu , Yunjae
Rating: PG/PG-13
Warning: Horror?
-----------------------------------------------------------------------------
P r o l o g u e :::
แดดร้อนยามบ่ายโลมเลียรถอัลฟาโรมิโอรุ่น 8ซี สไปเดอร์สีแดงที่กำลังแล่นไปตามความคดเคี้ยวของถนนในพื้นที่อันห่างไกลความเจริญ ต้นไม้หลากหลายชนิดรายล้อมประปรายอยู่สองข้างทางไปเรื่อยๆ... เครื่องปรับภายในรถยนต์คันหรูที่เย็นฉ่ำกับกลิ่นน้ำหอมในรถ กลับไม่ได้ทำให้คิ้วเรียวขมวดมุ่นเป็นปมคลายออกได้เลย
"เลิกทำหน้ายังงั้นได้แล้วน่า จุนซู"สายตาเรียบเฉยหันไปมองคนที่มีสีหน้าต่างกันอย่างสิ้นเชิง
"นายจะไม่ให้ชั้นอารมณ์เสียได้ยังไง นี่มันงานมีทติ้งแฟนคลับ2Uครั้งแรกแท้ๆนะ แต่ที่ชั้นไม่ได้ไปเพราะบอสจอมจุ้น ฉันมันดันมาสั่งให้ชั้นเอาโปรเจคต์ไปเสนอลูกค้าวันนั้นพอดี
"โธ่เว้ย...ซวยจริงๆเลย"ใบหน้าสวยพูดกลางทำเสียงฮึดฮัดแบบเด็กๆ
"เอาน่า ครั้งต่อไปมันก็ต้องจัดอีกนั่นแหละ...จะคิดมากทำไม"ฮยอกแจบอกด้วยทำนองเพลง "แค่คุยกัน" เผื่อจะทำให้เพื่อนของเค้าอารมณ์เย็นลงเหมือนอารมณ์ของเพลง
เขาแอบดีใจที่ไม่ต้องไปตามผู้ชายกับเพื่อน...
น่าอายจะตายไปที่โตขนาดนี้แล้วยังต้องวิ่งตามผู้ชายเหมือนพวกชะนีม.ปลายอีก
อีกอย่าง..เขาชอบอยู่ในที่สงบๆมากกว่าไปเบียดเสียดกับเหล่าชะนี เอ้ย...นารีที่กรีดร้องเพื่อนหนุ่มๆ
"ครั้งต่อไปงั้นเหรอ เมื่อไหร่ล่ะ.... กว่าจะได้เจอป่านนั้นคุณยูชอนเขาก็คงหัวล้านไปแล้ว.."จุนซูพูดพลางถอนหายใจเซ็งๆ
อารมณ์คุกรุ่นของคนขับค่อยๆลดลงเมื่อได้ขับรถไปเรื่อยๆ..มันก็แค่วิธีคลายเครียดที่ดูฟุ่มเฟือยในยุคที่เศรษฐกิจกำลังถดถอยแบบนี้ วิธีคลายเครียดในแบบของคิมจุนซู แน่ล่ะ..ในเมื่อฐานะเค้าไม่ได้ลำบากอะไร เรียกว่าออกจะสบายด้วยซ้ำ ค่าใช้จ่ายกับเรื่องแค่นี้ถือว่าเป็นเรื่องเล็กๆ ลำพังแค่งานกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ก็ไม่ใช่งานที่จะมีรายได้มากซักเท่าไร แต่ด้วยฝีมือปานเทพสรรสร้างของหนุ่มหน้าสวยนั้นนำตัวเลขหลักสิบมาวิ่งเล่นอยู่ในบัญชีเขาเสมอๆ
ตาเรียวมองไปข้างเรื่อยเปื่อยพลันสายตาของคนขับก็ไปสะดุดสิ่งผิดปกติบางอย่างตรงหน้า.. สิ่งที่ทำให้จุนซูลืมอารมณ์หงุดหงิดเมื่อกี้ไปชั่วขณะหนึ่ง ..ฝูงชนมากมายยืนรายล้อมอยู่หน้าคฤหาสน์สีขาวเบื้องหน้า รถตำรวจสองสามคัน เปิดไซเรนดังสนั่นไม่ต่างกับฉากหนังระทึกขวัญ จอดอยู่บริเวณนั้น พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบเดินกันวุ่นวาย..
"เฮ้ ฮยอกแจ ข้างหน้านั่นเค้ามีอะไรกันน่ะ"เสียงแหบหวานเอ่ยถามเพื่อนสนิท พลางพยายามมองไปยังกลุ่มคนตรงหน้า ราวกับคำถามนั้นจะช่วยให้เห็นสิ่งที่คนเหล่านั้นกำลังสนอกสนใจกันอยู่
"หืม..อะไรเหรอ"คนที่ถูกถามละสายตาจากข้างทางอย่างเนือยๆเหมือนหุ่นยนต์ไร้แบตเตอรี่
"อ้าว ก็นั่นไง นั่นอ่ะ ที่เค้ามุงๆกันอยู่ เค้ามุงไรกัน ชั้นอยากรู้อ่ะ"
สายตาเรียบเฉยมองไปตามมือเรียวที่ชี้ไป อยู่ๆก็รู้สึกราวกับว่ามีไอเย็นวาบเคลื่อนที่ผ่านแผ่นหลังไปอย่างรวดเร็ว..
..ความรู้สึกนี้นี่มันอะไรกัน..
"ชั้นว่าเราลงไปดูกัน นะไปนะ"ประโยคที่ดูเหมือนคำถาม แต่คนถามกลับไม่มีท่าทีว่าจะรอคำตอบซักนิดเดียว แล้วความสงสัยก็พาให้เท้าเหยียบคันเร่งไปจอดยังที่หมายอย่างรวดเร็ว
...ไม่หรอกน่า.. บางที มันอาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้..บางที.. ฮยอกแจคิด
"ลงไปกันเถอะ"พูดพลางเปิดประตูออกรถคันหรูออกไปโดยไม่มีรีรอผู้ที่ร่วมทางมาด้วย
จุนซูรีบลากฮยอกแจเดินจ้ำอ้าวๆเดินเข้าไปในที่เกิดเหตุก้มผ่านเส้นกั้นเขตที่เกิดเหตุรอบบริเวณ พลางกวาดสายตาคนที่พอจะคลายความสงสัยให้เค้าได้ แล้วเค้าก็เจอหญิงสูงอายุสองคนเพิ่งเดินออกมาจากกลุ่มคนนั้น
"ป้าครับ.. มันเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ"จุนซูถามออกไป น้ำเสียงมีแววตื่นเต้นเล็กๆ ด้วยคติพจน์ที่ว่า "เรื่องของชาวบ้าน คืองานของอะฮั้น"
"อ้อ.. พอดีมีคนตายในบ้านหลังนั้นน่ะ"ป้าคนนึงตอบพร้อมชี้ไม้ชี้มือ
"หนูสองคนเป็นเพื่อนเค้าเหรอพ่อหนุ่ม"ป้าอีกคนถาม
"อ้ะ.. เอ้อ ครับ ใช่ครับ"การตอบคำถามแบบนี้.. ทำให้เค้ารู้อะไรดีๆเสมอแหละน่า
"เห็นเค้าพูดๆกันว่าเป็นการฆ่าตัวตายน่ะนะ"
"อ่อครับ แล้วคนตายนี้ผู้ชาย..ใช่มั้ยครับ"อยู่ๆฮยอกแจก็พูดออกไปโดยที่ไม่ได้คิด.. สายตาที่สังเกตบริเวณรอบๆตั้งแต่แรก หันมารอฟังคำตอบ
"เอ๊.. ไม่ใช่นา..ที่ป้าเห็นนี่ป้าว่าเป็นผู้หญิงนะ หน้าตาเธอสวยออกขนาดนั้น"
"อ่ะคงงั้นมั้งครับ.. งั้นเดี๋ยวผมขอตัวไปดูเพื่อนผมก่อนนะครับ"จุนซูรีบออกตัวก่อนที่จะเกิดการโกหกคำโตไปมากกว่านี้
"ไปดู เพื่อนเรากันเถอะ ฮยอกแจ"จุนซูรีบหันหน้าไปหยักเพยิดกับเพื่อนรักทันที
"ขอบคุณนะครับป้า"ฮยอกแจหันไปโค้งและยิ้มให้บางๆ สายตาแน่วนิ่งมีแววขอบคุณมองตามป้าสองคนที่กำลังเดินออกไป..
...เอ๊ะ.. นั่น........ ทำไมป้าสองคนนั้น.. นี่มัน...เวลาเท่าไรกันนะ ???!!
ฮยอกแจที่ยืนรอจุนซูอยู่บริเวณนั้น สังเกตสถานที่แปลกตาไปเรื่อยๆ ..ตัวคฤหาสน์ที่ดูคล้ายหินอ่อนทั้งหลัง ถูกแต่งแต้มด้วยลวดลายนูนต่ำโค้งมันสไตล์ตะวันตกแบบบาโรค สวนที่ตกแต่งอย่างปราณีตไม่ว่าจะเป็นต้นไม้เล่นสีเล่นระดับเป็นพุ่มดูชวนมอง และประติมากรรมประกอบสวนรูปต่างๆ แต่ที่เห็นสะดุดตาที่สุดก็คงจะเป็นรูปปั้นหญิงสาวนั่งกอดเข่าทอดสายตามองไปเบื้องหน้าอย่างเหม่อลอย ราวกับมีความหมายบางสิ่งบางอย่าง.. ทุกอย่าง..แสดงความเป็นเอกลักษณ์ที่ดูมีมนต์ขลังและดึงดูดสายตาให้ลุ่มหลงอย่างประหลาด สิ่งเหล่านี้สื่อถึงรสนิยมของคนอยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี หากไม่ได้มาเห็นด้วยตัวเองแล้ว ที่แบบนี้มันก็คงมีให้เห็นได้ในความฝันเท่านั้นแหละ ตาเรียวคมมองการจัดวางสิ่งต่างๆอย่างหลงใหล ก่อนที่จะละสายตาหันมาที่เพื่อนตัวเล็กที่เพิ่งโผล่ออกมาหลังจากเข้าไปมุงดูเหตุการณ์เสร็จ
"เฮ้.. คนตายหน้างี้สวยชะมัดเลยอะ ชั้นละอิจฉา ไม่น่ารีบตายเลยแฮะ"น้ำเสียงส่งออกมาพร้อมสีหน้าเสียดายอย่างเห็นได้ชัด
..สวยซะขนาดนี้ บ้านที่อยู่ก็ออกจะหรูหรา ทำไมด่วนตายจังนะ อุตส่าห์เกิดมามีพร้อมซะขนาดนี้แล้ว.. จุนซูคิด โดยไม่ได้คิดเลยว่า 'สิ่งที่เราเห็น บางที..มันอาจจะไม่ใช่อย่างที่เห็นเสมอไป'..
อยากจะสวยแบบนั้นรึไงนะจุนซู.. หน้าตานายตอนนี้มันก็น่ารักดีแล้วนี้ ไม่เห็นจำเป็นต้องสวยเหมือนคนๆนั้นเลยนี่นา
"นี่จุนซู..เราอยู่ที่นี่กันนานเกินไปแล้วนะ นี่ก็จะเย็นมากแล้วด้วย"ฮยอกแจพูดอย่างเตือนสติ โดยไม่ใส่ใจกับคำพูดเมื่อกี๊ของจุนซู พวกเค้ามาถึงที่นี่ตอนบ่ายแก่ๆ แล้วจู่ๆช่วงเวลาก็ผ่านพ้นไป ราวกับเอามือกดรีโมทวีดีโอเอาไว้ ให้เวลาผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วดังอยู่ในการควบคุมของบางสิ่งบางอย่าง หากไม่เป็นเช่นนั้น......วันเวลาก็น่าจะผ่านไป..อย่างที่มัน'ควร'จะเป็น
"อืม.. นั่นสินะ กลับกันเถอะ"จุนซูหันไปมองคฤหาสน์หลังงามนี้ ก่อนจะค่อยๆสตาร์ทรถแล้วขับออกไปช้าๆ
"ผู้ชายคนนั้นน่ะ..เค้า..ชื่ออะไรนะ"ฮยอกแจนึกถึงคนที่ถูกเป็นจุดสนใจเมื่อครู่
"อ้อ..เค้าชื่อแจจุงน่ะ คิมแจจุง เป็นผู้ชายที่หน้าสวยคนนึงเลยล่ะเลยล่ะ ว่าแต่.."จุนซูเงียบไปนิดหนึ่งก่อนจะถามคำถามนี้ออกมา.."แล้วนายรู้ได้ไงว่าเป็นผู้ชายน่ะ......"
ฮยอกแจหันไปมองจุนซูด้วยสีหน้าเรียบเฉย หากแต่ยังมีความตกใจในแววตาเล็กๆ
"อืม.. ชั้นก็แค่'เดา'น่ะ"ตัวเค้าเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงได้มั่นใจนักว่าคนๆนี้เป็นผู้ชาย มันอาจจะเป็นความรู้สึก หรือสิ่งนั้น.. สิ่งที่เค้าไม่อยากจะมี.. แต่มันกลับว่ายวนอยู่ในสายเลือด
และมันก็ได้ห่างหายไป จนเค้าคิดว่า..มัน..ไม่มีหลงเหลือในตัวเค้าอีกแล้ว แต่ตอนนี้มันจะเป็นอะไรก็ช่าง ที่แน่ๆสิ่งหนึ่งที่เค้าสามารถพิสูจน์ได้ด้วยตาของเขาเองนั่นคือ ทุกคนที่อยู่มุงดูเหตุการณ์ของ 'คิมแจจุง' คนนั้น ไม่มีสิ่งที่คนทั่วไปพึงจะมี...
สิ่งที่ที่ว่านั่นก็คือ ..
..เงาของตัวคนที่โดนแสงแดดยามบ่ายพาดผ่าน..
[ [ E n d o f P r o l o g u e ] ]
